มานุษยวิทยาในสังคมไทย
การศึกษาในเชิงมานุษยวิทยาเกี่ยวกับสังคมไทยเริ่มขึ้น
อย่างเป็นระบบหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ปรากฏคนไทยศึกษาด้านมานุษยวิทยาบ้าง คือ หม่อมเจ้าสนิท รังสิต (M.C. Sanidh Rangsit) ซึ่งศึกษาในประเทศเยอรมันและวิจัยวัฒนธรรมของชาวลัวะในภาคเหนือในช่วงปี พ.ศ. 2480-2481 "Monument Forms and Sacrificial Sites of the Lawa" ใน Zeitschrift fur Ethnologie (1939) ชาวลัวะเป็นกลุ่มชนดั้งเดิมสามารถ รักษาความเป็นชาติพันธุ์มาได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะอยู่ภายใต้อิทธิพลของอำนาจรัฐล้านนามานาน ด้วยการสืบทอดผ่านแก่นแกนของวัฒนธรรมหินตั้ง (Megalithic Culture) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่มีรากเหง้ามาจากความเชื่อในการนับถือผีของผู้ก่อตั้งชุมชน ต่อมาในระยะหลัง หินตั้งก็ได้เปลี่ยนลวดลายและกลายเป็นเสาไม้ที่ปักไว้ใจกลางชุมชนซึ่งใช้เป็นสถานที่ทำพิธีเช่นไหว้บูชาผีจนถึงปัจจุบัน
การศึกษาในเชิงมานุษยวิทยาเกี่ยวกับสังคมไทยเริ่มขึ้นอย่างเป็นระบบหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ปรากฏคนไทยศึกษาด้านมานุษยวิทยาบ้าง คือ หม่อมเจ้าสนิท รังสิต (M.C. Sanidh Rangsit) ซึ่งศึกษาในประเทศเยอรมันและวิจัยวัฒนธรรมของชาวลัวะในภาคเหนือในช่วงปี พ.ศ. 2480-2481 "Monument Forms and Sacrificial Sites of the Lawa" ใน Zeitschrift fur Ethnologie (1939) ชาวลัวะเป็นกลุ่มชนดั้งเดิมสามารถ รักษาความเป็นชาติพันธุ์มาได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะอยู่ภายใต้อิทธิพลของอำนาจรัฐล้านนามานาน ด้วยการสืบทอดผ่านแก่นแกนของวัฒนธรรมหินตั้ง (Megalithic Culture) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่มีรากเหง้ามาจากความเชื่อในการนับถือผีของผู้ก่อตั้งชุมชน ต่อมาในระยะหลัง หินตั้งก็ได้เปลี่ยนลวดลายและกลายเป็นเสาไม้ที่ปักไว้ใจกลางชุมชนซึ่งใช้เป็นสถานที่ทำพิธีเช่นไหว้บูชาผีจนถึงปัจจุบัน
ยุคบุกเบิกของวิชาการมานุษยวิทยาไทย
เกิดขึ้นในช่วงหลังจากปี พ.ศ. 2500 ผลงานวิจัยของนักมานุษยวิทยาไทยเริ่มทยอยออกมา งานวิจัยที่เป็นวิทยานิพนธ์เหล่านี้มักจะจับประเด็นหลักอยู่ 3 ประเด็นคือ ชาติพันธุ์ การจัดระเบียบทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความทันสมัย อาทิ
เกิดขึ้นในช่วงหลังจากปี พ.ศ. 2500 ผลงานวิจัยของนักมานุษยวิทยาไทยเริ่มทยอยออกมา งานวิจัยที่เป็นวิทยานิพนธ์เหล่านี้มักจะจับประเด็นหลักอยู่ 3 ประเด็นคือ ชาติพันธุ์ การจัดระเบียบทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความทันสมัย อาทิ
- พัทยา สายหู (2502 และ 2517) ศึกษาไทยใหญ่และชาวมาเลย์ในภาคใต้
- สนิท สมัครการ (2531) ศึกษาชาวพวน
- สุเทพ สุนทรเภสัช (2520) ศึกษาชาวมุสลิมในเชียงใหม่
ยุคเติบโตของวิชามานุษยวิทยา
ช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2515-2525 เป็นยุคเติบโตของวิชามานุษยวิทยา มีนักมานุษยวิทยาสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโทและเอกจากต่างประเทศจำนวนมาก และกระจายอยู่ตามมหาวิทยาลัยต่างๆ อาทิ
ช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2515-2525 เป็นยุคเติบโตของวิชามานุษยวิทยา มีนักมานุษยวิทยาสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโทและเอกจากต่างประเทศจำนวนมาก และกระจายอยู่ตามมหาวิทยาลัยต่างๆ อาทิ
- จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- อมรา พงศาพิชญ์
- ปรีชา คุวินพันธุ์
- สุภางค์ จันทวานิช
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- ฉวีวรรณ ประจวบเหมาะ
- ปริตตา เฉลิมเผ่า กออนันตกูล
- สุมิตร ปิติพัฒน์
- มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- ฉลาดชาย รมิตานนท์
- นฤธร อิทธิจิระจรัส
- มหาวิทยาลัยศิลปากร
- ศรีศักร วัลลิโภดม
- ปรานี วงษ์เทศ
ยุคก้าวหน้าแห่งการวิจัยทางมานุษยวิทยา
ช่วงปี พ.ศ. 2525 จนถึงปัจจุบัน การวิจัยทางมานุษย- วิทยาพัฒนาและก้าวหน้ามากขึ้น ถือได้ว่ามีบทบาทอย่างสูงในความพยายามพัฒนาและสังเคราะห์องค์ความรู้เป็นแนวทางทฤษฎี ตลอดจนการมีส่วนในกระบวนการพัฒนาสังคมมากขึ้น
ช่วงปี พ.ศ. 2525 จนถึงปัจจุบัน การวิจัยทางมานุษยวิทยาพัฒนาและก้าวหน้ามากขึ้น ถือได้ว่ามีบทบาทอย่างสูงในความพยายามพัฒนาและสังเคราะห์องค์ความรู้เป็นแนวทางทฤษฎี ตลอดจนการมีส่วนในกระบวนการพัฒนาสังคมมากขึ้น
- อานันท์ กาญจนพันธุ์ (2527) ศึกษาการปรับตัวของชาวนาในด้านการผลิตต่อกระบวนการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ระบบทุนนิยม
- ไพฑูรย์ มีกุศล (2527) และชลธิรา สัตยาวัฒนา (2534) เป็นการศึกษาในเชิงประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและชาติพันธุ์
การศึกษาปัญหาความขัดแย้งในการพัฒนาทางเศรษฐกิจ การเมืองและศักยภาพขององค์กรชาวบ้าน การศึกษาประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาท้องถิ่นและชาติพันธุ์ อาทิ
- ศุลีมาน นฤมล (2529) ศึกษากลุ่มหมอนวด
งานวิจัยของนักมานุษยวิทยารายบุคคลมีการตีพิมพ์เพิ่มขึ้นหลายชิ้นเป็นตัวอย่างให้กับงานศึกษาวิจัยต่อมา อาทิ
- ยศ สันตสมบัติ (2534) เรื่อง "ชุมชนกับการค้าประเวณี"
การศึกษาในแนวชาติพันธุ์วรรณนา อาทิ
- สุรินทร์ ภู่ขจรและคณะ (2531) เกี่ยวกับกลุ่มมลาบรี
นอกเหนือจากการวิจัยเพื่อรับปริญญามีการพัฒนางานวิจัยของตัวเอง จะเลือกประเด็นศึกษาที่มีนัยสำคัญต่อสังคมมากขึ้น มีประสบการณ์มีงานในลักษณะวิพากษ์วิจารณ์งานวิจัยของนักวิจัยชาวต่างประเทศ สามารถเห็นได้ในการประเมินสถานภาพของวิชามานุษยวิทยาหลายๆ ครั้ง อาทิ
นอกเหนือจากการวิจัยเพื่อรับปริญญามีการพัฒนางานวิจัยของตัวเอง จะเลือกประเด็นศึกษาที่มีนัยสำคัญต่อสังคมมากขึ้น มีประสบการณ์มีงานในลักษณะวิพากษ์วิจารณ์งานวิจัยของนักวิจัยชาวต่างประเทศ สามารถเห็นได้ในการประเมินสถานภาพของวิชามานุษยวิทยาหลายๆ ครั้ง อาทิ
- ชยันต์ วรรธนะภูติ (2529) วิธีวิทยาศึกษาสังคมไทย
เจ้าของเอกสาร ประเสริฐ ชัยพิกุสิต