ยุคเริ่มต้นมานุษยวิทยา
ก่อนจะเป็นมานุษยวิทยา
การแสวงหาความรู้เกี่ยวกับมนุษย์ของชาวตะวันตก ในคริสต์ศตวรรษที่ 8 ชาวกรีกโบราณได้ล่องเรือไปตามเมืองต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในแถบเมดิเตอร์เรเนียน และเขียนบรรยายถึงความแตกต่างของคนและเมืองท่าเหล่านั้น ความรู้ดังกล่าวก่อให้เกิดประโยชน์มหาศาลแก่พ่อค้าที่ทำการค้าระหว่างกัน
การแสวงหาความรู้เกี่ยวกับมนุษย์ของชาวตะวันตก ในคริสต์ศตวรรษที่ 8 ชาวกรีกโบราณได้ล่องเรือไปตามเมืองต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในแถบเมดิเตอร์เรเนียน และเขียนบรรยายถึงความแตกต่างของคนและเมืองท่าเหล่านั้น ความรู้ดังกล่าวก่อให้เกิดประโยชน์มหาศาลแก่พ่อค้าที่ทำการค้าระหว่างกัน
ความสนใจเรื่องราวของมนุษย์และสังคมวัฒนธรรมที่แตกต่างไปจากชนชาวยุโรปได้ขยายขอบเขตอย่างกว้างขวาง เมื่อชาวสเปนและโปรตุเกสเดินทางไปแสวงโชคและค้นพบดินแดนใหม่ในทวีปแอฟริกา เอเชีย และอเมริกา นักเดินทางต่างบันทึกเรื่องราวสิ่งที่พบเห็นทั่วทุกมุมโลก และนำมาเผยแพร่ให้ชาวยุโรปได้เรียนรู้ว่าโลกนี้กว้างใหญ่ไพศาลยิ่งนัก มีผู้คนมากมายที่มีลักษณะสีผิว รูปพรรณสัณฐาน สังคม และขนบธรรมเนียมประเพณีที่แตกต่างไปจากชนผิวขาวชาวยุโรป ก่อเกิดแนวคิดที่พยายามลดทอน "อคติทางชาติพันธุ์" (Ethnocentrism) ลง
ความสนใจเรื่องราวของมนุษย์และสังคมวัฒนธรรมที่แตกต่างไปจากชนชาวยุโรปได้ขยายขอบเขตอย่างกว้างขวาง เมื่อชาวสเปนและโปรตุเกสเดินทางไปแสวงโชคและค้นพบดินแดนใหม่ในทวีปแอฟริกา เอเชีย และอเมริกา นักเดินทางต่างบันทึกเรื่องราวสิ่งที่พบเห็นทั่วทุกมุมโลก และนำมาเผยแพร่ให้ชาวยุโรปได้เรียนรู้ว่าโลกนี้กว้างใหญ่ไพศาลยิ่งนัก มีผู้คนมากมายที่มีลักษณะสีผิว รูปพรรณสัณฐาน สังคม และขนบธรรมเนียมประเพณีที่แตกต่างไปจากชนผิวขาวชาวยุโรป ก่อเกิดแนวคิดที่พยายามลดทอน "อคติทางชาติพันธุ์" (Ethnocentrism) ลง
นักประวัติศาสตร์คนสำคัญของกรีก ฮีโรโดตัส (Herodotus, 484-426 BC) ได้เดินทางไปยังอียิปต์ ปาเลสไตน์ บาบิโลน แมคคาโดเนีย และตราซ ได้บันทึกเรื่องราวของผู้คนที่ได้พบเห็น บรรยายความแตกต่างระหว่างชาวอียิปต์กับชาวกรีก อาทิ "ในอียิปต์ผู้หญิงเป็นผู้ทำการค้าขายในตลาด ในขณะที่ผู้ชายทอผ้าอยู่ที่บ้าน ผู้หญิงใช้หัวไหล่เพื่อแบกสิ่งของ ส่วนผู้ชายใช้ศีรษะ ลูกชายไม่ช่วยพ่อแม่ทำงานนอกจากลูกผู้หญิง" ผลงานเหล่านี้เองทำให้นักมานุษยวิทยาสังคมชาวอังกฤษยกย่องว่า ฮีโรโดตัส เป็นนักมานุษยวิทยาคนแรกของโลก
นักประวัติศาสตร์คนสำคัญของกรีก ฮีโรโดตัส (Herodotus, 484-426 BC) ได้เดินทางไปยังอียิปต์ ปาเลสไตน์ บาบิโลน แมคคาโดเนีย และตราซ ได้บันทึกเรื่องราวของผู้คนที่ได้พบเห็น บรรยายความแตกต่างระหว่างชาวอียิปต์กับชาวกรีก อาทิ "ในอียิปต์ผู้หญิงเป็นผู้ทำการค้าขายในตลาด ในขณะที่ผู้ชายทอผ้าอยู่ที่บ้าน ผู้หญิงใช้หัวไหล่เพื่อแบกสิ่งของ ส่วนผู้ชายใช้ศีรษะ ลูกชายไม่ช่วยพ่อแม่ทำงานนอกจากลูกผู้หญิง" ผลงานเหล่านี้เองทำให้นักมานุษยวิทยาสังคมชาวอังกฤษยกย่องว่า ฮีโรโดตัส เป็นนักมานุษยวิทยาคนแรกของโลก
จาก "อิทธิพลแนวคิดวิวัฒนาการ"
สู่ "ศาสตร์การศึกษามนุษย์"
ร้อยกว่าปีมาแล้ว แนวคิดวิวัฒนาการของชาร์ลส์ ดาร์วิน (Charles Darwin, 1809-1882) ส่งอิทธิพลต่อวิชามานุษยวิทยาอย่างมาก ผลงานของดาร์วิน The Origin of Species (1859) และ The Descent of Man (1871) เกี่ยวกับการเลือกสรรตามธรรมชาติ (Natural Selection) เป็นกุญแจสำคัญให้เข้าใจว่ากลไกของกระบวนการวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตดำเนินไปอย่างไร
ร้อยกว่าปีมาแล้ว แนวคิดวิวัฒนาการของชาร์ลส์ ดาร์วิน (Charles Darwin, 1809-1882) ส่งอิทธิพลต่อวิชามานุษยวิทยาอย่างมาก ผลงานของดาร์วิน The Origin of Species (1859) และ The Descent of Man (1871) เกี่ยวกับการเลือกสรรตามธรรมชาติ (Natural Selection) เป็นกุญแจสำคัญให้เข้าใจว่ากลไกของกระบวนการวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตดำเนินไปอย่างไร
ปัจจุบันแนวความคิดวิวัฒนาการยังถือว่ามีความสำคัญอยู่ อาจกล่าวได้ว่าดาร์วินเป็นผู้กระตุ้นความสนใจเรื่องกำเนิดและประวัติศาสตร์ในอดีตของมนุษย์ ซึ่งความสนใจดังกล่าวปรากฏชัดในวิชามานุษยวิทยาในปัจจุบัน
ปัจจุบันแนวความคิดวิวัฒนาการยังถือว่ามีความสำคัญอยู่ อาจกล่าวได้ว่าดาร์วินเป็นผู้กระตุ้นความสนใจเรื่องกำเนิดและประวัติศาสตร์ในอดีตของมนุษย์ ซึ่งความสนใจดังกล่าวปรากฏชัดในวิชามานุษยวิทยาในปัจจุบัน