ผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ
ก่อนมีนักมานุษยวิทยา
ก่อนวิชามานุษยวิทยาจะพัฒนาจนถึงปัจจุบัน ในยุคแรกเริ่มผู้ทำการศึกษาในสมัยก่อนมักเป็นผู้เชี่ยวชาญวิชาแขนงใดแขนงหนึ่งโดยเฉพาะ ไม่ได้เป็นนักมานุษยวิทยาโดยตรง
ก่อนวิชามานุษยวิทยาจะพัฒนาจนถึงปัจจุบัน ในยุคแรกเริ่มผู้ทำการศึกษาในสมัยก่อนมักเป็นผู้เชี่ยวชาญวิชาแขนงใดแขนงหนึ่งโดยเฉพาะ ไม่ได้เป็นนักมานุษยวิทยาโดยตรง
นายแพทย์/ภัณฑารักษ์
อดอล์ฟ บาสเตียน นายแพทย์ผู้เป็นภัณฑารักษ์ของพิพิธภัณฑ์ทางชาติพันธุ์วรรณนาของเบอร์ลิน ปี ค.ศ. 1868 เป็นผู้ก่อตั้ง Museum für Völkerkunde อันมีชื่อเสียง
ศัลยแพทย์
ปิแอร์ พอล โบรกา ผู้ให้กำเนิดของวิชามานุษยวิทยากายภาพ (Physical Anthropology) และผู้ตั้งสมาคมมานุษยวิทยา (Society of Anthropology of Paris) ขึ้นเป็นครั้งแรกที่มหานครปารีสเมื่อปี ค.ศ. 1859
นักกฎหมาย
โจฮันน์ เจคอบ บาคโชเฟ่น
นักกฎหมายผู้เขียนหนังสือ Das Mutterrecht (matriarchy) หรือ Mother Right: An Investigation of the Religious and Juridical Character of Matriarchy in the Ancient World (1861) มีเนื้อหาเกี่ยวกับระบบการปกครองแบบมาตาธิปไตย (Matriarchy)
นักกฎหมาย/นักประวัติศาสตร์
เซอร์ เฮนรี่ เจมส์ ซัมเนอร์ เมน
ตีพิมพ์หนังสือ Ancient Law (1861) ถือเป็นการศึกษานิติศาสตร์เปรียบเทียบ (Comparative Jurisprudence) เป็นครั้งแรก เมนเสนอระบบชุมชนหมู่บ้านจากการสำรวจเชิงประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะสังคมกสิกรรมของอังกฤษยุคโบราณ ประวัติศาสตร์ขององค์กรทางสังคม หน่วยงานการเกษตรโบราณ โดยเฉพาะคำบรรยายของเมนว่าด้วยเรื่อง "กฎหมายบรรพกาล" (Ancient Laws) จนนำไปสู่การเสนอทฤษฎีสังคมยุคแรกเริ่มของมนุษย์ตลอดจนชนป่าเถื่อนก็ถือว่าเป็นหนึ่งในสถาบันดั้งเดิมเช่นกัน
ทนายความ
จอห์น เฟอร์กูสัน แมคเลนแนน
ทนายความชาวสก็อต ผู้ได้รับการกล่าวถึงในฐานะนักมานุษยวิทยาสังคมและนักชาติพันธุ์วิทยา ได้ตีพิมพ์ผลงาน Primitive Marriage (1865) ซึ่งโต้แย้งสัญลักษณ์และรูปแบบของพิธีกรรมลักพาตัวเจ้าสาว (bride kidnapping) ความคิดของเขาต่อยอดมาจากระบบการปกครองแบบมาตาธิปไตย (Matriarchy) แมคเลนแนนพัฒนาแนวคิดนี้จากข้อมูลทางชาติพันธุ์วรรณนาจากทฤษฎีวิวัฒนาการทางสังคมว่าด้วยการแต่งงานและระบบเครือญาติตามกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ
นักมานุษยวิทยา/นักทฤษฎีทางสังคม
ลูอิส เฮนรี่ มอร์แกน
นักมานุษยวิทยาและนักทฤษฎีทางสังคมชาวอเมริกันรุ่นบุกเบิก อดีตทนายความของการรถไฟ ผู้แต่งหนังสือจำนวนมาก เล่มที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายคือ The League of the Ho-de-no-sau-nee or Iroquois (1851) และ Systems of Consanguinity and Affinity of the Human Family (1871) ถือได้ว่า มอร์แกนเป็นผู้มีส่วนอย่างสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดความสนใจด้านต่างๆ ซึ่งต่อมากลายเป็นวิชามานุษยวิทยา