นักมานุษยวิทยาสตรี
แห่งโลกตะวันตก
รูธ ฟูลตัน เบเนดิกท์ (Ruth Fulton Benedict, 1887-1948) : กับงานภาคสนามของสตรีนักมานุษยวิทยา
รูธ ฟูลตัน เบเนดิกท์ (Ruth Fulton Benedict, 1887-1948) เป็นทั้งนักกวี นักมานุษยวิทยา และนักสตรีนิยม เธอเกิดมาในช่วงปีสุดท้ายของยุควิคตอเรียน (Victorian Era) และเติบโตมาพร้อมกับการเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ (Modern Era) เบเนดิกท์ไม่ยอมรับการให้คุณค่าต่อผู้หญิงของสังคมขณะนั้น ภายใต้อิทธิพลของยุควิคตอเรียนซึ่งผู้หญิงถูกคาดหวัง และถูกจำกัดบทบาททางสังคม เบเนดิกท์ใช้วิชามานุษยวิทยาเป็นพื้นฐานร่วมกับทักษะการเขียนของเธอช่วยขับเคลื่อนและนิยามความเป็นสมัยใหม่
แนวคิดของเบเนดิกท์ได้ลบล้างคำอธิบายวัฒนธรรมแบบเหมารวมของ Armchair Anthropologists นักเรียนของเบเนดิกท์ต่างได้รับ การผลักดันให้ทำการศึกษาภาคสนามเพื่อศึกษาลักษณะเฉพาะตัวของ แต่ละสังคม เน้นศึกษาวัฒนธรรมอย่างละเอียดถึงลักษณะเฉพาะบุคคล และสามารถสร้างคำอธิบายที่ไม่อ้างอิงกับสังคมใดสังคมหนึ่งอีกต่อไป
รูธ ฟูลตัน เบเนดิกท์ (Ruth Fulton Benedict, 1887-1948) เป็นทั้งนักกวี นักมานุษยวิทยา และนักสตรีนิยม เธอเกิดมาในช่วงปีสุดท้ายของยุควิคตอเรียน (Victorian Era) และเติบโตมาพร้อมกับการเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ (Modern Era) เบเนดิกท์ไม่ยอมรับการให้คุณค่าต่อผู้หญิงของสังคมขณะนั้นภายใต้อิทธิพลของยุควิคตอเรียน ซึ่งผู้หญิงถูกคาดหวัง และถูกจำกัดบทบาททางสังคม เบเนดิกท์ใช้วิชามานุษยวิทยาเป็นพื้นฐานร่วมกับทักษะการเขียนของเธอช่วยขับเคลื่อนและนิยามความเป็นสมัยใหม่
แนวคิดของเบเนดิกท์ได้ลบล้างคำอธิบายวัฒนธรรมแบบเหมารวมของ Armchair Anthropologists นักเรียนของเบเนดิกท์ต่างได้รับ การผลักดันให้ทำการศึกษาภาคสนามเพื่อศึกษาลักษณะเฉพาะตัวของ แต่ละสังคม เน้นศึกษาวัฒนธรรมอย่างละเอียดถึงลักษณะเฉพาะบุคคล และสามารถสร้างคำอธิบายที่ไม่อ้างอิงกับสังคมใดสังคมหนึ่งอีกต่อไป
งานของเบเนดิกท์ส่วนใหญ่เน้นที่วัฒนธรรมและบุคลิกภาพ ผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดอย่าง Patterns of Culture (1959) แนวคิดสำคัญคือวัฒนธรรมคือภาพสะท้อนบุคลิกภาพของคนแต่ละสังคม ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ แต่ละวัฒนธรรมต่างก็มีลักษณะเฉพาะตัว ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เบเนดิกท์ได้ศึกษาประเทศไทย ญี่ปุ่น โรมาเนีย และเนเธอร์แลนด์ เพื่อประโยชน์ทางการทหารของสหรัฐอเมริกาและได้ผลิตงาน The Chrysanthemum and the Sword: Patterns of Japanese Culture (1989)
งานของเบเนดิกท์ส่วนใหญ่เน้นที่วัฒนธรรมและบุคลิกภาพ ผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดอย่าง Patterns of Culture (1959) แนวคิดสำคัญคือวัฒนธรรมคือภาพสะท้อนบุคลิกภาพของคนแต่ละสังคม ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ แต่ละวัฒนธรรมต่างก็มีลักษณะเฉพาะตัว ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เบเนดิกท์ได้ศึกษาประเทศไทย ญี่ปุ่น โรมาเนีย และเนเธอร์แลนด์ เพื่อประโยชน์ทางการทหารของสหรัฐอเมริกาและได้ผลิตงาน The Chrysanthemum and the Sword: Patterns of Japanese Culture (1989)
"แบบแผนพฤติกรรมและวัฒนธรรมไทย" ในสายตานักมานุษยวิทยาอเมริกัน
Thai culture and behavior : an unpublished war-time study dated September, 1943. (1952)
"แบบแผนพฤติกรรมและวัฒนธรรมไทย" ในสายตานักมานุษยวิทยาอเมริกัน
Thai culture and behavior : an unpublished war-time study dated September, 1943. (1952)
งานศึกษาสังคมและวัฒนธรรมไทยในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 จนถึงเดือนกันยายนปี ค.ศ. 1943 งานศึกษานี้ครอบคลุมถึงข้อมูลดั้งเดิม ระบบความเชื่อของชาวไทย ชีวิตวัยเด็กและผู้ใหญ่ รวมไปถึงการวิเคราะห์พฤติกรรมของชาวไทยซึ่งเบเนดิกท์แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ ความพึงพอใจในชีวิต ความใจเย็นของคนไทย และบทบาทการเป็นผู้นำของเพศชาย เบเนดิกท์ได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับข้อมูลพื้นฐานของประเทศไทยจากหลายๆ แห่ง ทั้งในหนังสือและข้อมูลจากคนไทยที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ความหมายของชื่อ สถานที่ตั้ง สภาพอากาศ ชาติพันธุ์ และประวัติศาสตร์การสร้างชาติ
งานศึกษาสังคมและวัฒนธรรมไทยในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 จนถึงเดือนกันยายนปี ค.ศ. 1943 งานศึกษานี้ครอบคลุมถึงข้อมูลดั้งเดิม ระบบความเชื่อของชาวไทย ชีวิตวัยเด็กและผู้ใหญ่ รวมไปถึงการวิเคราะห์พฤติกรรมของชาวไทยซึ่งเบเนดิกท์แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ ความพึงพอใจในชีวิต ความใจเย็นของคนไทย และบทบาทการเป็นผู้นำของเพศชาย เบเนดิกท์ได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับข้อมูลพื้นฐานของประเทศไทยจากหลายๆ แห่ง ทั้งในหนังสือและข้อมูลจากคนไทยที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ความหมายของชื่อ สถานที่ตั้ง สภาพอากาศ ชาติพันธุ์ และประวัติศาสตร์การสร้างชาติ
เบเนดิกท์อ้างว่า ในปี ค.ศ. 1937 ประชาชนชาวไทยกว่า 88.59% ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและตกปลา ชาวบ้านนิยมอยู่กันเป็นกลุ่มเล็กๆ ตามลุ่มแม่น้ำลำคลองเพื่อผลประโยชน์ทางเกษตรกรรม
นอกจากนั้น เบเนดิกท์ยังวิเคราะห์ลักษณะของคนไทยเพิ่มเติมอีกว่า คนไทยชอบงานรื่นเริงและมีความสุขกับชีวิต จะเห็นได้จากการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อสังคม งานประจำปีต่างๆ งานเทศกาลและการเฉลิมฉลองทางศาสนาที่ทำให้ทุกคนมามีส่วนร่วมกัน เบเนดิกท์สรุปว่า วัฒนธรรมสังคมไทยเป็นผลมาจากกระบวนการขัดเกลาทางสังคมผ่านความเชื่อทางศาสนา ครอบครัว และสิ่งแวดล้อม โดยเบเนดิกท์หวังว่าผู้อ่าน (หมายถึง กองทัพสัมพันธมิตรผู้ได้ประโยชน์จากงานศึกษานี้) จะได้ทำความเข้าใจและคุ้นเคยกับสังคมไทยมากขึ้น อันจะนำมาสู่ผลประโยชน์ทางการทหารในช่วงเวลาแห่งสงคราม
นอกจากนั้น เบเนดิกท์ยังวิเคราะห์ลักษณะของคนไทยเพิ่มเติมอีกว่า คนไทยชอบงานรื่นเริงและมีความสุขกับชีวิต จะเห็นได้จากการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อสังคม งานประจำปีต่างๆ งานเทศกาลและการเฉลิมฉลองทางศาสนาที่ทำให้ทุกคนมามีส่วนร่วมกัน เบเนดิกท์สรุปว่า วัฒนธรรมสังคมไทยเป็นผลมาจากกระบวนการขัดเกลาทางสังคมผ่านความเชื่อทางศาสนา ครอบครัว และสิ่งแวดล้อม โดยเบเนดิกท์หวังว่าผู้อ่าน (หมายถึง กองทัพสัมพันธมิตรผู้ได้ประโยชน์จากงานศึกษานี้) จะได้ทำความเข้าใจและคุ้นเคยกับสังคมไทยมากขึ้น อันจะนำมาสู่ผลประโยชน์ทางการทหารในช่วงเวลาแห่งสงคราม